ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านจันทร์  จังหวัดเชียงใหม่ เบอร์โทรศัพท์ : 053-484021   เบอร์แฟกซ์ : 053-484021

แจ้งเรื่องร้องเรียนสายผู้บริหาร

ภารกิจผู้บริหาร

ปลัด






facebook

เว็บไซต์ตรวจสอบคุณภาพอากาศ PM2.5


เที่ยวนาข้าวขั้นบันได ชมวิถีชีวิตขาวเขา ที่บ้านห้วยฮ่อม

หลังจากเดินเล่นชมวิวป่าสนที่โครงการหลวงแล้ว ลองนั่งรถกระบะต่อไปยังบ้านห้วยฮ่อม หมู่บ้านชาวเขาซึ่งตั้งอยู่ในเขตตำบลบ้านจันทร์ จากโครงการหลวงใช้เวลาเดินทางไปประมาณ 30 นาที  เส้นทางเข้าสู่บ้านห้วยฮ่อม ในช่วงฤดูฝนแฉะพอสมควร รถตู้หรือรถเก๋งไม่เหมาะที่จะขับขึ้นมา

บ้านห้วยฮ่อม เป็นเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนเหล่อชอ ที่เกิดจากการรวมตัวกันของ 3 หมู่บ้าน คือ  บ้านห้วยฮ่อม บ้านดอยตุง และบ้านห้วยครก ตำบลบ้านจันทร์  ซึ่งชาวเขาส่วนใหญ่เป็นชาวปกากะญอที่เข้ามาอาศัยและตั้งถิ่นฐานจนกลายเป็นหมู่บ้าน  มีเรื่องราวของชุมชนที่อยู่คู่กับธรรมชาติและยังคงใช้วีถีชีวิตแบบดั้งเดิมอยู่มาก ทั้งวัฒนธรรมการแต่งกาย ความเป็นอยู่ อาหารการกิน ประเพณีและความเชื่อแบบโบราณคือการนับถือผี บูชาธรรมชาติ โดยเปิดให้เป็นการท่องเที่ยวชุมชนเปิดให้บุคคลที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้และสัมผัสวิถีชุมชน พักโฮมสเตย์และทำกิจกรรมร่วมกับชาวบ้าน  สำหรับการท่องเที่ยงชุมชนบ้านห้วยฮ่อมจะคิดราคาตามนี้

ค่ารถกระบะนำเที่ยว 1,000 บาท นั่งได้ 10 คน  (เนื่องจากเส้นทางบางช่วงเมื่อเข้าสู่บ้านห้วยฮ่อม รถตู้หรือรถเก๋งไม่สามารถเข้าได้)

ค่าอาหารกลางวัน   70 บาท/คน

ค่าผู้นำเที่ยว  300 บาท

ค่าอาหารว่างเมตอซู  300 บาท

ค่าประสานงาน  200 บาท

ค่าชมการทอผ้าของชุมชน 300 บาท

ค่าผู้นำเที่ยวชุมชน 300 บาท/วัน/กลุ่มไม่เกิน 10 คน

โดยสามารถติดต่อได้ที่ พี่เช โทร  080 859 2978

บ้านห้วยฮ่อมยังเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ของธรรมชาติโดยเฉพาะนาข้าวที่กระจายอยู่รอบหมู่บ้าน ซึ่งชาวบ้านจะเริ่มทำนากันในช่วงเดือนสิงหาคม และข้าวก็จะเริ่มเขียวขจีเต็มท้องทุ่งประมาณเดือนกันยายน และกลายเป็นสีทองในช่วงกลางปลายเดือนตุลาคม

บ้านเรือนของชาวเขาในหมู่บ้านห้วยฮ่อม  ยังคงเป็นบ้านไม้ยกใต้ถุนสูงแบบนี้เกือบทุกบ้าน

วัดห้วยฮ่อม วัดเพียงแห่งเดียวซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในหมู่บ้าน  ชาวบ้านที่นี่นับถือ 2 ศาสนา คือ พุทธ และคริสต์  แต่ทั้งสองศาสนายังกลมกลืนและมีความสามัคคีเข้าใจกัน เวลามีงานบุญศาสนาคริสต์ก็จะมาช่วย และอย่างมีงานคริสต์มาสศาสนาพุทธก็มาร่วมด้วยเช่นกัน

จุดไฮไลท์ก็คือ นาข้าวของหมู่บ้าน  ก่อนจะถึงนาข้าว จะมีดงต้นไผ่ระหว่างทาง  ต้นไผ่ถือว่าเป็นพืชที่สำคัญของหมู่บ้านที่ชาวบ้านนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งวงจรชีวิต ตั้งแต่เมื่อต้นไผ่เริ่มโตก็ขุดเอาหน่อไม้มากิน  ลำต้นไผ่ก็มาทำที่อยู่อาศัย รวมถึงเป็นไม้ปักทางการเกษตร เป็นภาชนะ หรือใช้ในงานหรือพิธีกรรมต่างๆ  รวมถึงหนอนในไม้ไผ่ก็สามารถนำมากินได้

จากจุดจอดรถเดินมาประมาณ 200 เมตร มาถึงพื้นที่ปลูกข้าวของชาวบ้านห้วยฮ่อม  ลักษณะของพื้นที่นาข้าวตั้งอยู่รายล้อมกลางหุบเขาปลูกลดหลั่นกันไป  แต่ไม่ถึงก็เป็นขั้นบันไดมากเหมือนแม่แจ่ม หรือแม่กลางหลวง

เส้นทางการเดินชมนาข้าวระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร  เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเป็นลักษณะวงกลม  ระหว่างทางนอกจากจะได้เห็นไร่นาแล้ว ยังได้เห็นแปลงพืชไร่ชนิดอื่นที่ชาวบ้านได้ปลูกไว้ด้วย

อุปกรณ์ไม้ไผ่ที่หมือนกรงนกอยู่ตรงทุ่งนานี้ทำไว้ เพื่อบวงสรวงผีซึ่งเชื่อว่านาแต่ละแปลงมีผีที่ดูแลผืนนานั้นอยู่  วิธีการบวงสรวงคือ นำเลือดไก่มาเซ่นไหว้โดยป้ายเลือดไว้ที่ไม้ จากนั้นนำขนไก่มาปักไว้

นาข้าวของชาวบ้านก็ไม่ได้ปลูกไว้ขายแต่อย่างใด แต่ปลูกไว้เพื่อใช้บริโภคกันในครัวเรือน และใช้วิถีการปลูกตามแบบธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีใดๆ ใช้ปุ๋ยธรรมชาติจากเศษใบไม้ มูลสัตว์ น้ำที่ใช้ทำนาก็ใช้น้ำจากภูเขาและลำธาร เรียกได้ว่าวิถีชีวิตยังเป็นอะไรที่อยู่กันแบบชาวบ้านจริงๆ ดำรงชีวิตด้วยการหาของป่า พืชผักที่นำมาใช้รับประทานก็ปลูกเอง ยึดอาชีพเกษตรทำไร่ ทำนาเป็นหลัก แปลงผักบางแปลงก็ปลูกและส่งให้กับโครงการหลวง

เส้นทางเดินชมทุ่งนาบางช่วงก็รกไปด้วยหญ้าและวัชพืชต่างๆ  เดินมาเรื่อยจนถึงจุดไฮไลท์ในการชมวิวทุ่งนาที่สามารถมองเห็นได้จากมุมสูง  แต่ปัญหาคือ สามารถมองได้แค่ยืนชมจากรั้วลวดหนามซึ่งมีการมากั้นไว้ป้องกันไม่ให้วัวเข้าไปทำลายนาข้าว

สังเกตว่าตลอดเส้นทางที่เดินผ่านนาข้าว จะมีกระท่อมปลายนาอยู่หลายหลังเพราะพื้นที่นาของชาวบ้านจะมารวมอยู่ด้วยกันในจุดนี้โดยแบ่งสันปันส่วนกันไป  ซึ่งนอกจากจะใช้เป็นที่พักพิงหลังจากการทำไร่ทำนาแล้ว ยังใช้ประกอบพิธีเซ่นไหว้ผีที่ดูแลพื้นที่นาของตัวเองอีกด้วย

เดินชมท้องนาได้เหงื่อมานิดหน่อยก็มาถึงเวลารับประทานอาหารกลางวันยังบ้านพักโฮมสเตย์ที่พี่เชได้จัดเตรียมพื้นที่ไว้ให้เรารับประทานเรียบร้อยแล้ว  หากใครอยากพักค้างคืนอยู่ร่วมกับชาวบ้าน ที่นี่ก็มีทีพักอยู่ประมาณ 4 หลัง

นั่งล้อมวง ปูเสื่อ รับประทานอาหารกลางวันมีกับข้าวประมาณ 3 อย่าง เป็นเมนูง่าย ๆ น้ำพริก ไข่เจียว ต้มจืดไก่กับแตงกวา รสชาติอร่อยเลยทีเดียว

หลังจากทานอาหารคาวเสร็จก็ตบท้ายด้วยของว่าง เป็นอาหารเฉพาะของชนเผ่า ซึ่งมีชื่อว่า เมตอซู  วิธีการทำ คือ นำข้าวเหนียวแช่น้ำไว้ 1 คืน จากนั้นใส่น้ำตาลใส่ในฝักดอกกล้วยไม้ที่หาได้ตามหมู่บ้าน  จากนั้นนำไปนึ่งรสชาติก็คล้ายกับข้าวหลามแต่จะมีกลิ่นหอมของกล้วยไม้ติดมาด้วย

กิจกรรมต่อไป คือ การเรียนรู้เรื่องการทอผ้า ตั้งแต่ขั้นตอนการปั่นด้าย การทอ และการปักผ้าด้วยลูกเดือย การทอผ้ายังเป็นการทอแบบโบราณใช้กี่เอว หากเรานั่งรถผ่านและมองไปตามแต่ละบ้าน เราจะเห็นว่าแทบทุกบ้านมีอุปกรณ์ทอผ้าวางอยู่  ซึ่งการทอผ้าเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ยาจนมาถึงลูกหลานผ้าที่ทอก็นำมาใช้ใส่กันเองในครัวเรือน

เครดิต : เว็บไซต์ "ไปด้วยกัน"


 
07 มิถุนายน 2564




สถิติการเข้าชม เริ่มวันที่ 15/03/2564
วันนี้
13
เมื่อวานนี้
29
เดือนนี้
1,776
เดือนที่แล้ว
1,924
ปีนี้
11,250
ปีที่แล้ว
0
ทั้งหมด
11,250
ไอพี ของคุณ
35.172.217.174
สถิติการเข้าชมเริ่มวันที่ วันนี้ เมื่อวานนี้ เดือนนี้ เดือนก่อน ปีนี้ ปีก่อน ทั้งหมด ไอพี ของคุณ
1/4/2019 13 29 1,776 1,924 11,250 0 11,250 35.172.217.174